กิมหยงพาเที่ยว

ตำนานแห่งศรัทธา หลวงพ่อพระสามองค์ วัดเทพาไพโรจน์

 

อำเภอเทพา เป็นอำเภอที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและมีประวัติความเป็นมายาวนาน การเดินทางสุ่อำเภอเทพาปัจจุบันมีความสะดวกสบายใช้ทางหลวงหมายเลข 43 หาดใหญ่-ปัตตานี แล้วไปเลี้ยวขวาเข้าตัวอำเภอเทพาที่แยกพระพุทธ และก่อนถึงอำเภอจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพระสามองค์ หรือวัดเทพาไพโรจน์

หลวงพ่อพระสามองค์ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเทพา และในทุกวันที่ 9 เมษายนของทุกปีจะมีประเพณีแห่งศรัทธาของชาวเทพาและใกล้เคียง นั่นคือประเพณีเปลี่ยนผ้าพระสามองค์ ซึ่งมีการจัดขบวนอย่างสวยงามจากอำเภอเทพามายังวัดเทพาไพโรจน์ ริมน้ำคลองเทพา สถานที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาส และทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์บูรณะพระสามองค์ พร้อมพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดเทพาไพโรจน์ เพื่อให้เป็นวัดคูบ่บ้านคู่เมืองเทพาสืบมาจวบจนปัจจุบัน


ประวัติความเป็นมาวัดพระสามองค์
สมัยกรุงศรีอยุธยาได้ปรากฏชื่อเมืองเทพาและวัดพระสามองค์ หรือวัดเทพาไพโรจน์ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเทพา มาตั้งแต่สมัยโบราณและนับว่าเป็นหลักฐานสำคัญถึงความเป็นมาในอดีต ประมาณ พ.ศ. 2447-2450 เจ้าพระยาข้าหลวงนายอ่อน ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองเทพา นับว่าเป็นนายอำเภอคนแรกของอำเภอเทพา ท่านได้สร้างศาลาไว้เป็นที่พักและศาลานี้เองได้มีพระมาจำพรรษาอยู่ ชื่อพระภิกษุนวล ซึ่งเป็นพระธุดงค์ ขณะที่พระภิกษุนวลฉันภัตตาหารเช้าที่เราเรียกว่า จังหัน คนมาทำบุญมากอาหารเหลือ ท่านซึ่งเอาข้าวที่ฉันจังหันนั้น ปั้นเป็นพระพุทธรูปแล้วห่อด้วยดินเหนียวขึ้น

ต่อมาเมื่อเป็นพระพุทธรูปแล้วก็เก็บดอกไม้มาบูชา และได้เก็บดอกไม้แห้งนั้นนำมาปั้นเป็นพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งและในช่วงนั้นธูปเทียนหายากจึงเอาแก่นจันทร์ซึ่งเป็นไม้หอมมาจุดเป็นธูปบูชา เศษไม้หรือขี้เถ้าจากไม้แก่นจันทร์ท่านก็เก็บมาปั้นเป็นพระพุทธรูปอีกองค์รวมเป็นสามองค์ ความตั้งใจของพระนวลนั้นพระสามองค์จะแทนพระรัตนตรัยนั่นเอง จึงได้ชื่อว่า ”พระจังหัน” “พระเกสร” “พระแก่นจัน” พระทั้งสามองค์ได้ทำพิธีปลุกเสกและได้ประดิษฐานอยู่บนศาลาเป็นที่สักการะของชาวเมืองเทพาและประชาชนทั่วไป โดยเล่ากันว่าพระสามองค์ได้แสดงอภินิหารชาวบ้านบนบานศาลกล่าวก็ได้สมปรารถนา จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวเมืองสมัยนั้น จนเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวเทพามาจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาเกิดน้ำท่วมใหญ่จมเมืองเทพา ทำให้ประชาชนล้มตายจำนวนมากแม้กระทั่งข้าหลวงนายอ่อนก็เสียชีวิต ศาลาหน้าเมืองพังทลายหมด แต่น่าอัศจรรย์พระสามองค์มิได้รับอันตราย ชาวเมืองที่รอดตายต่างแยกย้ายไปหมด เมืองเทพากลายเป็นเมืองร้าง ต่อมาราว พ.ศ. 2474 คนบางกลุ่มพยายามเข้าบุกรุกพื้นที่วัดก็ต้องมีอันเป็นไป เมื่อสร้างศาลาใหม่มีพระมาจำพรรษาก็จำพรรษาอยู่ได้ไม่นานก็จากไปโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงกลายเป็นวัดร้างจนถึงปัจจุบัน

ตามหนังสือพระราชหัตถเลขาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอนเสด็จประพาสต้น “เรื่องเสด็จประพาสแหลมมาลายู” เมื่อรัตนโกสินทร์ศก 108, 109,117,120, ได้กล่าวถึงการเสด็จไปเยี่ยมเมืองเทพาของพระองค์ในพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 4 สิงหาคม ร.ศ. 108 ตอนหนึ่งดังนี้ “เรือพระที่นั่งอุบลบุรทิศ” วันที่ 4 สิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก 108 ถึงท่านกลางและกรมหลวงเทววงศวโรปการ ด้วยจดหมายระยะทางฉบับที่ 2 บอกแจ้งความมาเพียงวันที่ 29 บัดนี้ขอบอกระยะทางวันต่อไป”เวลาบ่าย 5 โมง 40 มินิตถึงเมืองเทพาที่แหลมที่ต่อแดนเมืองจะนะ เป็นภูเขาติดต่อกันเป็นเทือกเขายาว จึงได้ข้ามฟากไปที่พลับพลาหน้าหมู่บ้านที่เป็นเมืองเทพานั้นมีเรือนเจ้าเมืองและราษฎรประมาณ 30 หลัง มีวัดอยู่วัดหนึ่งเป็นวัดเก่าแต่พระเทพาเรืองมาปฏิสังขรณ์ขอที่วิสุงคามสีมาได้ให้ใบอนุญาตและเติมชื่อท้ายเดิมซึ่งชื่อวัดเทพา ให้มี “เรื่อง” อีกคำหนึ่งเป็นชื่อวัดเทพาไพโรจน์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานเงินจำนวน 2 ชั่ง ในการบูรณะวัดแห่งนี้ให้อยู่คู่เมืองเทพาสืบมาจวบจนปัจจุบัน

เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับพระสามองค์
- ปี พ.ศ.2474 ชาวไทยมุสลิมซึ่งมีอาชีพทำประมงได้มาตั้งบ้านสร้างเรือนที่บริเวณใกล้ ๆ กับพระสามองค์ แต่ก็ต้องย้ายออกไปอย่างไม่มีสาเหตุ หลังจากนั้นชาวไทยพุทธซึ่งเห็นพุทธอภินิหารก็พากันสักการะ และช่วยกันสร้างศาลาขึ้นมาใหม่ ด้วยไม้หลังคามุงจาก และมีพระมาจำพรรษาเช่นเดิม ต่อมาพระเหล่านั้นไม่สามารถจำพรรษาอยู่ได้โดยไม่ทราบสาเหตุจึงต้องกลายเป็นวัดร้างอีกครั้งหนึ่ง ศาลาที่สร้างก็ผุพังลงไปตามกาลเวลาเหลือไว้แต่พระทั้งสามองค์
- ปี พ.ศ.2495 มีคนจีนได้มาบนบานให้ลูกชายที่หายไปได้กลับคืนมา จะสร้างศาลาหลังใหม่ให้ และเมื่อได้สมปรารถนาแล้ว ชาวจีนนั้นก็สร้างศาลาหลังใหม่ด้วยไม้หลุมพอ หลังคาสังกะสี
- ปี พ.ศ.2504 เกิดพายุใหญ่พัดศาลานั้นพังลงมา โดยปลายเสาทั้ง 4 ต้น ล้มลงมาทุบองค์พระทั้งสามจนแตกละเอียด โดยก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวบ้านได้ฝันว่าพระท่านจะไม่อยู่แล้ว เพราะชาวบ้านไม่เอาใจใส่
- พ.ศ.2505 นายลอย เทพไชย ศึกษาธิการอำเภอเทพา ได้ชักชวนชาวบ้านบริจาคเงินทอง เพื่อบูรณะพระทั้งสามองค์ใหม่ โดยนำเศษผงองค์พระเดิมที่แตกละเอียดมาบรรจุลงในพระที่สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งมีโครงสร้างเป็นเหล็ก และทำขึ้นด้วยคอนกรีตโดยการปั้นของนายอุดม มัชฌิมาภิโร และทาด้วยสีโมเสด มองดูเหมือนพระเนื้อสามกษัตริย์ พร้อมทั้งสร้างศาลาเป็นที่ประดิษฐานขึ้นอีกครั้ง
- ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระสามองค์นั้นมีมาก โดยเฉพาะชาวจีนมีความเชื่อถือมาก โดยได้มีการบวงสรวงสักการะเป็นประจำทุกปี ต่อมานายบังยัง แซ่แต้ ได้บริจาคเงินบูรณะตกแต่งใหม่อีกครั้ง และในสมัยนายจบ พลฤทธิ์ เป็นศึกษาธิการอำเภอเทพา ท่านได้สร้าง “พระจีน” พระสำนักวัดสังกะจายอีกรูปหนึ่ง ประดิษฐานในวิหารเดียวกัน
- พระสามองค์จึงเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเทพามาจวบถึงทุกวันนี้ในเดือนเมษายนของทุกปี ประชาชนชาวอำเภอเทพา และอำเภอใกล้เคียงจะร่วมกันสรงน้ำ และเปลี่ยนผ้าให้พระสามองค์เป็นประจำ จนกลายเป็นประเพณี ซึ่งเรียกว่า “ ประเพณีเปลี่ยนผ้าพระสามองค์ ” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันที่ 9 เมษายน ของทุกปี
- เมื่อเดือนเมษายน 2553 มีการทำพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระสามองค์ ขึ้นประดิษฐาน ณ วิหารหลังใหม่ และปัจจุบันกำลังปรับปรุงสภาพแวดล้อมรอบวิหาร โดยบูรณะวิหารหลังเก่าเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์เรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ ปรับปรุงศาลาอเนกประสงค์สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และศาลาริมแม่น้ำเทพา


ปัจจุบัน หลวงพ่อพระสามองค์ วัดเทพาไพโรจน์ ยังคงศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธรวมทั้งเป็นที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของผู้คนทั่วไปด้วย หากมีเวลาอย่าลืมแวะไปสักการะหลวงพ่อพระสามองค์ บูชาพระบรมรูปล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 และชมความอุดมสมบูรณ์ของคลองเทพา อีกหนึ่งสายน้ำแห่งชีวิตของชาวสงขลา

  วัด วัฒนธรรม เทพา
  1. รายการ ทุ่งแสงตะวัน - ตอน ยอยักษ์หาปลา วิถีคลองแดน
    รายการ ทุ่งแสงตะวัน - ตอน ยอยักษ์หาปลา วิถีคลองแดน
    รายการ ทุ่งแสงตะวัน - ตอน ยอยักษ์หาปลา วิถีคลองแดน อ...
    30 ต.ค. 60 เวลา 13:08
  2. พาเที่ยวตลาดน้ำบางกล่ำ ชมสินค้าพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทุกวันศุกร์-เสาร์
    พาเที่ยวตลาดน้ำบางกล่ำ ชมสินค้าพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงน
    เรียกว่าเปิดวันแรกก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามสำห...
    8 ก.ย. 60 เวลา 14:51
  3. อย่าลืมแวะชมบันไดวน 60ปีของดีวัดบางหยี เมื่อมาเที่ยวตลาดน้ำบางกล่ำ
    อย่าลืมแวะชมบันไดวน 60ปีของดีวัดบางหยี เมื่อมาเที่ยวตลาดน้ำบ
    หลายคนกำลังให้ความสนใจและติดตามกันมากพอสมควรสำหรั...
    29 ส.ค. 60 เวลา 14:26
  4. ไม่มาไม่ได้แล้ว
    ไม่มาไม่ได้แล้ว "หลาดหน้าพระธาตุ" นครศรีธรรมราช
    กิมหยงพาเที่ยว  วันนี้พากันมาที่ จะพามาเดินตลาดแบบชิ...
    29 ก.ค. 60 เวลา 11:22
  5. ไปกันแล้วม่าย หลาดใต้โหนด ต้นตำรับหลาดบ้านบ้านขนานแท้
    ไปกันแล้วม่าย หลาดใต้โหนด ต้นตำรับหลาดบ้านบ้านขนานแท้
    หลาดใต้โหนด หรือตลาดใต้ต้นตาลโตนด เปิดมาหลายปีแล้วและกลาย...
    22 ก.ค. 60 เวลา 14:32
  6. ตลาดซุ้มหลวงเสด็จ ย้อนรอยร.๙ อิ่มบุญ อิ่มท้อง ของหรอยเพียบ
    ตลาดซุ้มหลวงเสด็จ ย้อนรอยร.๙ อิ่มบุญ อิ่มท้อง ของหรอยเพียบ
    กิมหยงพาเที่ยวขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่...
    7 ก.ค. 60 เวลา 15:19
  7. พาไหว้ศาลเจ้า ฮ่อเซียนกู (แปดเซียน) ทุ่งลุง จ.สงขลา
    พาไหว้ศาลเจ้า ฮ่อเซียนกู (แปดเซียน) ทุ่งลุง จ.สงขลา
    ครั้งนี้เรามาอยู่กันที่ ศาลเจ้าฮ่อเซียนกู หรือศาล...
    3 มิ.ย. 60 เวลา 13:14
  8. สักการะพระพุทธมหามงคลบพิตร ที่วิหารน้ำน้อย ตามรอยเสด็จในหลวง รัชกาลที่ ๙
    สักการะพระพุทธมหามงคลบพิตร ที่วิหารน้ำน้อย ตามรอยเสด็จในหลวง
    ท่านที่ใช้ถนนกาญจนวณ...
    16 พ.ค. 60 เวลา 13:45
  9. ตลาดป่าไผ่สร้างสุข ควนขนุน พัทลุง เดินเล่นใต้ร่มไม้ไผ่
    ตลาดป่าไผ่สร้างสุข ควนขนุน พัทลุง เดินเล่นใต้ร่มไม้ไผ่
    ช่วงนี้จังหวัดพัทลุง เขาฮิตฮอตเรื่องสถานที่ท่องเท...
    12 พ.ค. 60 เวลา 13:42
  10. หินตาหินยาย ตำนานแห่งคำมั่นสัญญา
    หินตาหินยาย ตำนานแห่งคำมั่นสัญญา
    “หินตาหินยาย&r...
    9 พ.ค. 60 เวลา 11:48